วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

วิธีป้องกันรถหาย


วิธีป้องกันรถหาย
ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์  กองบัญชาการตำรวจนครบาล
1. ล็อคมันไว้  Lock it
- ล็อคกุญแจ ไม่ว่าจะในบ้าน-นอกบ้าน จอดนาน-ไม่นาน รถที่ล็อคมีโอกาสหายน้อยลง 3.55 เท่า และรถที่หายส่วนหนึ่งมีกุญแจ แต่ลืมล็อค
- ใช้ที่ล็อครถอย่างน้อย 2 ระบบที่ใช้กลไก หรือรูปแบบการป้องกันไม่เหมือนกัน ต่างยี่ห้อกันมาใช้
- ล็อครถชนิดที่มีลักษณะเป็นวงรอบ (Disc lock) หรือล็อคตัวยู (U-lock) จะดีกว่าแบบคีบหรือหนีบ (Fork lock)...
- ใช้โซ่ล่ามไว้กับเสา หรือสิ่งที่ยึดติดกับพื้นดีกว่าไม่ใช้โซ่
- ล็อคกุญแจหรือโซ่ให้แน่นมีโอกาสหายน้อยกว่าล็อคหลวมๆ (ยิ่งหลวมยิ่งตัดหรือทุบได้ง่ายขึ้น) ...
- การทำระบบป้องกันขโมยรถยนต์แบบทำเอง เสริมเข้าไปอีกช่วยได้มาก แต่ควรใช้ร่วมกับระบบล็อคทั่วไปด้วยเสมอ เช่น จากล็อค 2 ระบบเพิ่มเป็น 3-4 ระบบ  
- ถ้าซื้อรถใหม่ (ไม่ว่าจะมือ 1 หรือ 2)... ต้องเปลี่ยนระบบกันขโมยใหม่เสมอ ระบบกันขโมยที่ติดตั้งก่อนซื้อรถอาจถูกทำสำเนากุญแจไว้แล้ว
2. ปกปิดมันไว้  Cover it
- ก่อนให้ใครเข้ามาใกล้บ้าน หรือเข้ามาในบ้านต้องปกปิดทรัพย์สินมีค่าเสมอ
- ระวังพวกที่ชอบสอดรู้สอดเห็น เช่น พนักงานติดตั้งเครื่องไฟฟ้า หรือคนงานสำนักงานที่ชอบถามเรื่องซอกแซกในบ้าน ฯลฯ มักจะเป็นสายให้โจร หรือเป็นคนที่ไว้ใจไม่ได้ ... 
- อย่าทำตัวรวย เช่น ใส่ทอง ทำตัวหรู ฯลฯ หรือจอดรถไว้ให้คนที่ผ่านหน้าบ้านเห็นได้ง่าย... ควรหาผ้าคลุมแบบราคาไม่แพงมาคลุมไว้(ถ้าทำได้) โดยเลือกผ้าคลุมแบบราคาไม่แพง ยิ่งแพงยิ่งเสี่ยง ...
- ไม่ควรวางสิ่งของมีค่าไว้ในรถยนต์ หากจำเป็นควรเก็บซุกซ่อนให้มิดชิด ไม่ควรวางไว้ที่เบาะนั่ง เพราะจะเป็นการล่อให้คนร้ายกระทำความผิด
3. พิจารณาติดตั้งเครื่องกันขโมยแบบส่งเสียงดัง Consider an alarm
- เครื่องกันขโมยแบบนี้จะใช้ได้ดีต้องมีเสียงแปลกๆ ไม่เหมือนแตรค้าง 
- ระบบเตือนภัยขโมยผ่านโทรศัพท์มือถือ ถึงแม้เรื่องนี้จะยังไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน(อาจเป็นเพราะราคาแพง)...  แต่ในอนาคต จะมีการเชื่อมโยงระบบดังกล่าวกับแผนที่ดาวเทียม GPS เพื่อระบุพิกัดให้ตำรวจติดตามได้ทันที...
4. อย่าโชว์ความรวยหรู Don't be a show-off
- จอดรถไว้ในบ้าน ปิดประตูรั้ว และล็อครั้วบ้านเป็นประจำ... อย่าจอดรถโชว์ไว้หน้าบ้าน
- อาจารย์ท่านกล่าวไว้ดี คือ "It's simple: The more your bike is out of sight, the more it's out of a thief's mind." = "หลักการง่ายๆ คือ อะไรที่อยู่นอกสายตา (รถ) ก็จะอยู่นอกหัวใจขโมย" ...
5.  เสริมรั้วให้แข็งแรง Reinforce your garage
- ควรใช้รั้วที่แข็งแรง ติดสัญญาณกันขโมยรั้วไว้ด้วย (ที่รถก็ติด... ที่รั้วก็ติด)
- ถ้าใช้รถมอเตอร์ไซค์... ให้ทำห่วงยึดติดไว้กับพื้น แล้วล่ามโซ่หนักๆ ยึดรถติดไว้กับพื้นด้วย ล็อคกุญแจหลายๆ ระบบด้วย ...
- ควรติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด หรือระบบความปลอดภัยทั้งในตัวบ้านและโรงรถ(ถ้าเป็นไปได้) และติดตั้งเครื่องกีดขวาง เช่น ถังที่เวลาเลื่อนจะเกิดเสียงดัง ฯลฯ ขวางไว้อีกชั้นหนึ่ง ... 
6. ทำให้รถใช้การไม่ได้ (ชั่วคราว) Disable your bike or car
- คนที่ชำนาญเรื่องช่างอาจถอดอุปกรณ์รถง่ายๆ เช่น ถอดฟิวส์ (Fuse) รถออก ทำสัญญาณตัดไฟ (ชนิดทำเองมีแนวโน้มจะได้ผลดี โดยเฉพาะถ้าคิดแบบที่โจรทั่วไปไม่รู้จักได้) ฯลฯ เก็บไว้กับตัวก่อนจอดรถทิ้งไว้
- โจรและขโมยส่วนใหญ่ก็คล้ายกับนักลงทุนทั่วไป คือ มักจะชอบอะไรที่ "ง่ายๆ" มากกว่า "ยากๆ" และจะเลือกรถที่ขโมยได้ง่ายกว่าในเวลาเท่าๆ กันเสมอ ...
7. เลือกที่จอดรถให้รอบคอบ Choose parking spots carefully
- อย่าจอดรถในจุดอับสายตา โจรและขโมยจะทำงานได้ง่ายขึ้น
- เลือกจอดใกล้ๆ จุดที่มีคนอยู่ประจำแทนการจอดไกลๆ หรือฝากรถไว้ถ้าเป็นไปได้ และจอดในที่ที่มีแสงไฟสว่างพอ
- ถ้ามีรถคันอื่นขับตาม... ควรพิจารณาเปลี่ยนแผนการเดินทาง และรีบไปยังที่ที่ปลอดภัยทันที
- ถ้าฝาที่เติมน้ำมันชนิดที่ต้องใช้กุญแจไขหาย... ให้คิดไว้ก่อนเลยว่า ถูกปั๊มกุญแจไปแล้ว...
8. ระวังพวกขอลองรถ Be wary of test rides
- เราซื้อหรือผ่อนรถมาใช้ ไม่ใช่ให้คนอื่นลองขับ เพราะฉะนั้นอย่าให้ใครมาขอลองขับรถของเรา
- ถ้าขอดูรถซื้อขาย, หรือ นัดพบในที่เปลี่ยว ให้ระวัง
- ควรฝึกล้างรถด้วยตนเอง... การให้พนักงานล้างรถ "ลองขับ" รถตอนนำรถไปทำความสะอาดเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรลอง เพราะอาจถูกก๊อปปี้กุญแจ ทำสำเนาสัญญาณกันขโมย และขโมยรถในเวลาต่อมาได้
- ถ้าจำเป็นต้องใช้บริการล้างรถ หรือศูนย์บริการ... ควรให้กุญแจไปน้อยดอกที่สุด และให้เฉพาะกุญแจรถดอกเดียว อย่าให้กุญแจล็อคระบบอื่นๆ และอย่าให้กุญแจบ้าน เพราะจะเสี่ยงของในบ้านหาย ...
- เมื่อนำรถไปซ่อม ควรเฝ้าดู และรอรับรถกลับ หากต้องฝากรถไว้ ให้เลือกอู่ที่รู้จักเป็นการส่วนตัว ไว้ใจได้
9. ทำร่องรอยไว้ Mark your territory
- ขโมยรถอาจนำรถไปขายทั้งคัน หรือถอดขายเป็นชิ้นๆ... การจดหมายเลขเครื่อง (ถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลไว้ก่อน) และชิ้นส่วนต่างๆ ไว้
- การติดชื่อหรือเครื่องหมายไว้ซ่อนไว้ในที่พิเศษในรถอาจช่วยให้ตำรวจติดตามรถได้ดีขึ้น ..
- บริษัทผู้ผลิตหรือจำหน่ายรถยนต์ที่พัฒนาระบบกันขโมยรถยนต์ได้ดีมีแนวโน้มจะได้รับความเชื่อถือมากขึ้นในระยะยาว เช่น ศูนย์บริการรถของตัวแทนจำหน่าย ฯลฯ ควรมีระบบตรวจสอบว่า รถคันนี้ขโมยมาหรือไม่เสมอ ฯลฯ
10. ลดความเสี่ยง
- การเลือกรถรุ่นที่ "ดีอันดับสอง" จะช่วยให้ประหยัด มีเงินเหลือไว้เติมน้ำมัน หรือทำประกันรถหายได้
- การใช้รถยี่ห้อหรือรุ่นที่โจรชอบน้อยลงเป็นทางเลือกหนึ่งที่อาจช่วยป้องกันรถหายได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งติดตามสอบถามได้จากเว็บไซต์ของตำรวจไทย  ...
- นอกจากนั้นการที่เพื่อนบ้านจะช่วยกันเป็นหูเป็นตา ช่วยกันเฝ้าบ้าน หรือรวมกลุ่มกันจ้างทีมงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ไว้ช่วยอีกแรงหนึ่งก็ช่วยลดความเสี่ยงได้มากเช่นกัน ...
11. การขายดาวน์รถ
                - ดาวน์รถมาเพื่อขับขี่เท่านั้น ไม่นำไปให้ผู้อื่นเช่า  หรือขายดาวน์ โดยทำสัญญาโอนลอย วิธีขายดาวน์ที่ถูกต้อง ต้องพากันไปเปลี่ยนสัญญาซื้อขายที่ไฟแนนท์เท่านั้น
                - ระมัดระวังแก๊งหลอกซื้อดาวน์ จะปลอมแปลงเอกสารบัตรประชาชน และว่าจ้างให้บุคคลอื่นมาขอซื้อดาวน์แทน  แล้วเชิดนำรถหนีไป
12. เมื่อรถหายทำอย่างไร
- แจ้งผ่านทางสายด่วน 1599 หรือ ทางเวปไซต์ www.lostcar.go.th  ซึ่งเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลรถหาย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามรถที่ถูกโจรกรรมหรือ สามารถตรวจสอบรถว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาหรือไม่
                - แจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด
13. ทำประกันภัยภาคสมัครใจ
                - ทำประกันภัยรถหายไว้ หากรถหายก็ยังมีค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยมาช่วยบรรเทาความเสียหาย (เค้าทำกันทั่วโลกแล้ว เหลือบ้านเรานี่แหละไม่ค่อยทำกัน)
                - ไม่ควรยินยอมให้เด็กหรือเยาวชน ที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์/รถจักรยานยนต์ หรือยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ นำรถไปใช้ 


http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRup_wOZigfFEIYhjxi2wA-hrdHacBzD6KFHMgDIqok9Pxja8AyYwhttp://t2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRup_wOZigfFEIYhjxi2wA-hrdHacBzD6KFHMgDIqok9Pxja8AyYwhttp://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSeDID-XcbIfLquJKAvVEF6x9G_K10avdRXVim34sFU7oKbgc40
ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์  กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปจร.น.)  หรือ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) 
71/1 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 โทร. 02-354-5162

วีธีป้องกันการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และแจ้งเหตุรถหายไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุ (lostcar) 1599
จัดทำโดย ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์  กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปจร.น.)


วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

การดูแลรักษารถเบื้องต้น


การดูแลรักษารถเบื้องต้น


ในระบบสตาร์ทรถยนต์โดยทั่วไป ทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลที่กุญแจสตาร์ทจะต้องบิดกุญแจ 3 จังหวะ คือ AC , ON และ START ผู้ขับขี่บางท่านอาจจะปิดกุญแจรวดเดียว 3 จังหวะไปที่ START ถ้ารถท่านเป็นรถใหม่ก็อาจจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้ารถท่านผ่านการใช้งาน
มานาน ๆ อาจต้องสตาร์ทหลายครั้งก่อนที่เครื่องยนต์จะติด ซึ่งระหว่างที่ท่านสตาร์ทรถหลาย ๆ ครั้งนั้น ท่านกำลังทำลายระบบสตาร์ทให้อายุการใช้งานสั้นลง วันนี้เรามีคำแนะนำการสตาร์ทรถที่ถูกวิธี ท่านจะไม่ต้องมานั่งสตาร์ท แชะ แชะ แชะ ให้เสียฟอร์ม และยังเป็นการยืดอายุระบบสตาร์ทให้ใช้งานได้ ดีอีกนานแสนนาน ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้

                                 

  1. ปิดอุปกรณ์ที่ใช้ระบบไฟทั้งหมดในรถ เช่น เครื่องปรับอากาศไฟหน้า และเครื่องเสียงต่าง ๆ เพื่อให้แบตเตอร์รี่จ่ายไฟเต็มที่
  2. เหยีบครัชให้สุด (สำหรับเกียร์ AUTO ให้เข้าเกียร์ที่ตำแหน่ง N หรือ P เพื่อผ่อนแรงมอร์เตอร์สตาร์ท
  3. บิดกุญแจมาที่ตำแหน่ง ON ค้างไว้ ตราวจเช็คไฟเตือนต่าง (รายละเอียดให้ศึกษาจากคู่มือรถ) รอจนไฟเตือนหัวเผารูปขดสปริงเปลี่ยนจาก สีแดงเป็นสีเขียว หากเครื่องยนต์เย็นควรกดแป้นคันเร่ง 1 ครั้ง
  4. บิดกุญแจสตาร์ทเท่านี้คุณก็ไม่ต้องนั่งเสียฟอร์มสตาร์ทรถ แชะ แชะ แชะแล้ว
ขอให้ทำจนเป็นนิสัยไม่ว่ารถเก่าหรือรถใหม่ หากทำตามวิธีนี้แล้วไม่ได้ผลให้ ท่านนำรถเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการหรือร้านซ่อมระบบไฟไดชาร์ท ไดสตาร์ทโดยทั่วไป

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

7 วิธีขับรถให้ประหยัดในหน้าฝน

7 วิธีขับรถให้ประหยัดในหน้าฝน




ในฤดู ฝน..ขับรถยังไงให้ประหยัดและปลอดภัย ก็ฝนกำลังตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา 
ในหน้าฝนแบบนี้เราจึงนำ7 วิธี ขับรถให้ประหยัด ในช่วงหน้าฝนมาบอกกัน
ช่วง นี้อาจจะต้องทำใจกันหน่อย หากรถจะติดมากกว่าเดิม ด้วยเพราะฝนที่ตกลงมา 
นอกจากจะทำให้เสียเวลาแล้ว ยังทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นอีกด้วย 
โดยเฉพาะช่วงนี้ราคาน้ำมันค่อนข้างแพง ทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องแบกรับภาระจาก
ผลกระทบของราคาน้ำมัน ลองนำ 7 วิธี นี้ไปใช้ เพื่อช่วยประหยัดน้ำมันในช่วงฤดูฝน

1. หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลาหลังฝนตกใหม่ๆ โดยหันมาใช้การติดต่อกันทางโทรศัพท์ อีเมล์ หรือหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้าใต้ดินแทนก็จะสะดวกและประหยัดน้ำมัน ทั้งยังช่วยลดปัญหาการจราจร ที่ติดขัดอีกด้วย


2. ตรวจเช็คเครื่องยนต์ให้พร้อมก่อนเดินทาง หากมีความจำเป็นต้องเดินทางช่วงฝนตก ควรตรวจเช็คเครื่องยนต์เป็นพิเศษ เพราะหากรถดับหรือเสีย ขณะการเดินทางจะทำให้เสียเวลาและทำให้การจราจรติดขัดยิ่งขึ้น


3. ตรวจเช็คเส้นทางให้พร้อมก่อนเดินทาง โดยเลือกเส้นทางการจราจร ที่ใกล้ที่สุดหรือตรวจสอบเส้นทางได้จากรายการวิทยุ สวพ.91 จส.100 หรือโทร.1197 เพื่อให้ไปถึงจุดหมายโดยใช้ระยะทางที่ใกล้ไม่หลงทาง ช่วยทำให้ประหยัดน้ำมัน และควรเตรียมหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานบริการช่วยเหลือกรณีรถเสียระหว่าง ทาง เช่น สถานีวิทยุชุมชน ร่วมด้วยช่วยกัน 1167


4. ตรวจเช็คลมยางและสภาพยางให้ได้มาตรฐาน โดยตรวจเช็คลมยางอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะหากลมยางต่ำกว่ามาตรฐานจะทำให้การขับขี่สิ้นเปลืองน้ำมันประมาณร้อยละ 2 และหากสภาพยางไม่ได้มาตรฐานจะทำให้ประสิทธิภาพในการเบรกลดลงซึ่งอาจส่งผลให้ เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน


5. ตรวจเช็คผ้าเบรก เพราะช่วงหน้าฝนถนนลื่นกว่าปกติทำให้ต้องแตะเบรกบ่อยครั้ง โดยผู้ขับขี่ควรสังเกตจากเสียงขณะเบรก หรือเบรกแล้วรถไม่หยุดในระยะปกติซึ่งทำให้เปลืองน้ำมันประมาณวันละ 400 ซีซี ฉะนั้นผู้ขับขี่ควรเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน


6. ตรวจเช็คความเร็ว หากใช้ความเร็วสูงเกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในขณะขับรถจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันประมาณร้อยละ 10-25 ดังนั้นควรขับรถความเร็วที่ระดับ 80-90 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อลดอุบัติเหตุและช่วยประหยัดน้ำมัน


7. ตรวจเช็คความเย็น ลดอุณหภูมิโดยไม่ปรับแอร์ในรถให้เย็นเกินไป เพราะหน้าฝนอากาศเย็น และควรปิดแอร์ก่อนถึงที่หมาย 2-3 นาที ซึ่งจะช่วยประหยัดน้ำมันได้ 30 ซีซี แต่หากไม่ใช้แอร์เลยตลอดการเดินทาง 20-30 นาที จะประหยัดน้ำมันได้ 300 ซีซี
ถ้าผู้ใช้รถทุกท่านปฏิบัติได้ ทั้ง 7 วิธี ที่กล่าวมานี้ รับรองได้ว่านอกจาก ประหยัดน้ำมันแล้ว ยังช่วย
ประหยัดในกระเป๋า และยังช่วยให้ขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สุดยอดเทคนิคกันขโมยรถยนต์แบบขำๆ


.... ล๊อคกันขโมย(รถ) ระดับเทพ!!! สุดยอดเทคนิค
ขโมยเมืองไทย เห็นแล้วจะหนาวว ....
กันขโมยรถยนต์หายแบบขำๆ
  

(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนต)

ขอรวบรวม เทคนิค ไอเดีย จากนานา สาระพัดประเทศ
ที่ดูแล้ว เห็นว่า "ขั้นเทพ" มานำเสนอแก่เพื่อนๆ
ขโมยเมืองไทย เห็นแล้วคงหนาวว แน่ เพราะแต่ละเทคนิค ยังไม่มีในตำรา(โจร)



 
ยังงี้ ล้อก็ไม่หมุน ไม่หมุน ก้อขโมยรถผมไปม่ายด้าย .. ฮ่า




แบบนี้แน่กว่า ลองอย่างนี้ ใครขืนขับไปกลางถนน ตำรวจเขาก็รู้



นี่.. ต้องอย่างนี้ เอาหม้อครอบพวงมาลัยมันเลย แล้วดูซิขโมยจะขับยังไง



รายนี้ ผูกไว้กับต้นไม้ .. อยากขโมยให้ขโมยไปพร้อมต้นไม้ .. ฮ่า ฮ่า




 นี่แน่กว่า... ใครล๊อคใคร ..ดูไม่ออก


ล่ามมันไว้ กับฝาครอบท่อน้ำอย่างนี้แหละ ใครจะขโมย..

 
ปิดท้ายรายการ

วันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

รายงานสถิติการโจรกรรมรถยนต์


(ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์)
พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.น. หัวหน้า ศปจร.น. (ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์  กองบัญชาการตำรวจนครบาล) เปิดเผยสถิติการโจรกรรมรถยนต์ 
ในพื้นที่ กทม.

ระหว่างเดือน ต.ค.2553 ถึง ก.ย. 2554  มีดังนี้


รถยนต์ทุกยี่ห้อถูกโจรกรรมทั้งสิ้น 502 คัน  ประกอบด้วย
ยี่ห้อโตโยต้า       156 คัน คิดเป็น 31.08%
ยี่ห้ออีซูซุ           150 คัน คิดเป็น 29.9 %
ยี่ห้อนิสสัน            53 คัน คิดเป็น 10.6%
ยี่ห้อมิตซูบิชิ          41 คัน คิดเป็น 8.2 %
ยี่ห้อฮอนด้า           39 คัน คิดเป็น 7.8 %
ยี่ห้ออื่นๆ              63 คัน
รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ประเภทรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า พบว่าส่วนใหญ่เป็นรุ่นวีออส และยารีส
รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หรือกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า จะเป็นรุ่นไฮลักซ์ วีโก้ ยี่ห้ออีซูซุจะเป็นรุ่นดีแม็กซ์ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นฟรอนเทียร์ โดยเฉพาะที่เป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ

สำหรับสถานที่เกิดเหตุที่รถยนต์ถูกโจรกรรมมากที่สุด เรียงตามลำดับ
ถนน – ตรอก – ซอย        เกิดเหตุ 232 คดี
สวนสาธรณะ-ชุมชน         เกิดเหตุ 145 คดี
เคหสถาน                     เกิดเหตุ 71 คดี
ห้างสรรพสินค้า-ร้านค้า      เกิดเหตุ 30 คดี
อู่ซ่อมรถยนต์                 เกิดเหตุ 15 คดี

สำหรับช่วงเวลาที่เกิดเหตุรถยนต์ถูกโจรกรรมมากที่สุด
ระหว่างเวลา 18.00-04.00 น.  แยกเป็น
ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. เกิดเหตุ 137 คดี
ช่วงเวลา 20.01-24.00 น. เกิดเหตุ 121 คดี
ช่วงเวลา 00.01-04.00 น. เกิดเหตุ 103 คดี
ช่วงเวลา 08.01-12.00 น. เกิดเหตุ 48 คดี
ช่วงเวลา 04.01-08.00 น. เกิดเหตุ 47 คดี


…………………………………………………………………………………………………..

สถิติรถยนต์หายตั้งแต่ เดือน ต.ค.54 – ก.พ. 55

รถยนต์หายจำนวน 134 คัน  เป็น
ยี่ห้ออีซูซุ โดยเฉพาะรุ่น ดีแมกซ์ 50 คัน
โตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ วีโก้ 34 คัน
มิตซูบิชิ รุ่นไทตั้น 11 คัน
ฮอนด้า 9 คัน
นิสสัน รุ่นฟรอนเทียร์ 6 คัน  รุ่นอื่นๆ  24 คัน

สถานที่เกิดเหตุ ที่ถูกโจรกรรมมากที่สุด
ถนน-ตรอก-ซอย 70 คดี
เคหสถาน 13 คดี
อาคาร-ลานจอดรถ 7 คดี
อาคารชุด – แฟลต 6 คดี
สะพานคนข้าม 3 คดี

ช่วงเวลาที่รถยนต์หายมากที่สุด
ช่วงเวลาที่หาย 12.01-18.00 น.เกิดเหตุ 56 คดี
ช่วงเวลา 06.01-12.00 น.เกิดเหตุ 48 คดี
ช่วงเวลา 18.01-24.00 น.เกิดเหตุ 24 คดี
ช่วงเวลา 00.01-06.00 น.เกิดเหตุ 6 คดี

…………………………………………………………………………………………………..


(ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ / mpblostcar.com / Mthai News)

วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2555

เส้นทางเลียงรถติดสงกรานต์

ใกล้เทศกาลสงกรานต์เข้ามาทุกที สำหรับเพื่อนที่ต้องเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด

เรามีเส้นทางเลี่ยงรถติดวันสงกรานต์มาแบ่งปันกันคะ

ทางหลวง, สงกรานต์

นายวันชัย ภาคลักษณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า เนื่องจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปีจะมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน และประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมเพื่อเยี่ยมญาติ หรือ เดินทางไปพักผ่อนท่องเที่ยวต่างจังหวัด และเดินทางพร้อม ๆ กันเป็นจำนวนมาก มักจะก่อให้เกิด ปัญหาการจราจรติดขัด รวมทั้งเกิดอุบัติเหตุในเส้นทางหลวงสายหลัก ๆ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้การเดินทางของประชาชนรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น กรมทางหลวงขอแนะนำเส้นทางลัดในการเดินทางไปสู่ภาค ต่าง ๆ ของประเทศ ดังนี้

เส้นทางเลี่ยงรถติด วันสงกรานต์ : ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เส้นทางที่ 1 ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 31) หรือใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ต่อสายอุตราภิมุข เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ถึงต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) มุ่งสู่อ่างทาง เพื่อเดินทางสู่ ภาคเหนือ หรือเข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข1) มุ่งสู่สระบุรีเพื่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เส้นทางที่ 2 จากถนนรัตนธิเบศร์ (ทางหลวงหมายเลข 302) ใช้ถนนบางบัวทอง – สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340) เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนตะวันตก (ทางหลวงหมายเลข 9) จนถึงต่างระดับบางปะอินแล้วใช้ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข1) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือใช้ถนนเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) เพื่อไปภาคเหนือ

เส้นทางที่ 3 จากถนนรัตนาธิเบศร์ (ทางหลวงหมายเลข 302) ใช้ถนนบางบัวทอง – สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340) ผ่านสุพรรณบุรีไปสู่ชัยนาทเข้าถนนเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ไปสู่ จ.นครสวรรค์เพื่อไป ภาคเหนือ

เส้นทางที่ 4 จากถนนรามอินทรา (ทางหลวงหมายเลข 304) ใช้ถนนต่างระดับลำลูกกา (ทางหลวงหมายเลข 9) ถึงแยกพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) เลี้ยวขวาเพื่อเดินทางสู่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือเลี้ยวซ้ายไปต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข32) เพื่อสู่ ภาคเหนือ

เส้นทางที่ 5 จากบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ (ทางหลวงหมายเลข304) ห้าแยกปากเกล็ด ใช้ถนนติวานนท์ (ทางหลวงหมายเลข 306) เลี้ยวขวาข้ามถนนบางพูน – บางปะหัน (ทางหลวงหมายเลข 347) ผ่านต่างระดับเชียงรากน้อยจนบรรจบถนนเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ที่ อ.บางปะหัน แล้วเดินทางไป ภาคเหนือ หรือเข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เส้นทางที่ 6 จากต่างระดับรังสิต ไปตามถนนรังสิต – องครักษ์ (ทางหลวงหมายเลข305) ผ่านทางต่างระดับธัญบุรี ตรงไปจังหวัดนครนายก, กบินทร์บุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เส้นทางที่ 7 จากถนนรามอินทรา ใช้ถนนรามอินทรา – สุวินทวงค์ (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านฉะเชิงเทรา, พนมสารคาม, กบินทร์บุรี, ปักธงชัย เข้าสู่ถนนมิตรภาพ (สาย 2) ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เส้นทางสู่ ภาคตะวันออก

เส้นทางที่ 8 ไปตามถนนบางนา – บางปะกง (ทางหลวงหมายเลข 34) จนถึง กม.39 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกรุงเทพ – ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 7) ที่ต่างระดับบางควาย มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก

เส้นทางที่ 9 จากถนนศรีนครินทร์ (ทางหลวงหมายเลข 3344) ใช้ทางหลวงพิเศษกรุงเทพ – ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข7) มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก

เส้นทางที่ 10 จากถนนรามอินทรา (ทางหลวงหมายเลข 304) ใช้ถนนสุวินทวงศ์ (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่าน จ.ฉะเชิงเทรา เข้าทางหลวงหมายเลข 314 แล้วใช้ทางหลวงพิเศษกรุงเทพ – ชลบุรี (สาย 7) มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก

เส้นทางเลี่ยงรถติด วันสงกรานต์ : ภาคใต้

เส้นทางที่ 11 ใช้ถนนธนบุรี – ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35 : ถนนพระราม 2) เข้าถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เดินทางสู่จังหวัด ภาคใต้

เส้นทางที่ 12 ใช้ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม,โพธาราม จ.ราชบุรี เพื่อเข้าสู่จังหวัดภาคใต้

เส้นทางที่ 13 จากขนส่งสายใต้ใหม่ ใช้ถนนบางกอกน้อย – นครชัยศรี (ทางหลวงหมายเลข 338) เข้านครปฐม, ราชบุรี, เพชรบุรี สู่จังหวัดภาคใต้

ทั้งนี้ ประชาชนที่ต้องการสอบถามข้อมูล สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2345 6530 หรือสายด่วนกรมทางหลวง 1586 หรือมีเหตุด่วนเหตุร้าย เดินทางไม่สะดวก สามารถแจ้งได้ตามหมายเลขโทรศัพท์ ดังนี้
สายด่วนกรมทางหลวง 1586
ศูนย์อำนวยการปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง กรมทางหลวง 0 2354 6832 – 39
หน่วยกู้ภัย มอเตอร์เวย์ กรุงเทพ – ชลบุรี (สายใหม่) 0 3857 7852 – 3
หน่วยกู้ภัยวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก (บางปะอิน – บางพลี) 0 2509 6832
ตำรวจทางหลวง 1193

credit : Mthai News

วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555

รู้ทันภัย กับ TOD!!

สวัสดีครับ ช่วงนี้อากาศกลางเดือนมีนาช่างร้อนอบอ้าวเสียจริง ท่านผู้อ่านบางท่านก็หาทางหลบร้อนในช่วงวันหยุดไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั้งน้ำตกหรือทะเล ซึ่งสังเกตได้ว่าช่วงหน้าร้อนนี้เป็นช่วงที่มีคนเที่ยวเยอะมากเป็นพิเศษตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่างๆในประเทศไทยเราครับ แน่นอนว่าอากาศร้อนแบบนี้กายร้อนได้แต่ใจอย่าร้อนนะครับ โดยเฉพาะบนท้องถนน รถเยอะแบบนี้มีน้ำใจในการขับขี่สำคัญที่สุดครับ

ท่านที่หลบร้อนไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม มักจะประสบปัญหาเรื่องหาที่จอดรถไม่ได้ เนื่องจากต่างคนก็ต่างจะจอดรถในที่ที่สะดวกที่สุด บางครั้งเราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องไปจอดรถที่จุดเสี่ยง และหาทางป้องกันรถเราให้ดีที่สุด แต่ก็มีให้เห็นอยู่หลายรายที่ต้องกลับบ้านด้วยรถโดยสาร เนื่องจากรถเรามีคนมายืมรถไปโดยไม่บอกเราซะแล้ว วันนี้ทีโอดีมีเรื่องจะมา
บอกเล่าเกี่ยวกับวิธีที่โจรขโมยรถใช้ในการลักลอบนำรถออกจากประเทศไทยไปขายให้ประเทศเพื่อนบ้าน และจุดที่คนร้ายมักใช้ในการลักลอบนำรถออกจากประเทศ มาให้ผู้อ่านได้รับทราบกันครับ

กลวิธีในการนำรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมข้ามแดน

1. การข้ามที่ด่านศุลกากร
  1. นำรถยนต์ที่ได้มาจากการโจรกรรม ซึ่งติดแผ่นป้ายทะเบียนเดิม และมีสำเนาเอกสารเกี่ยวกับรถยนต์ที่ติดอยู่ในตัวรถยนต์แสดงต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อขอผ่านพรมแดน
  2. นำรถยนต์ที่ได้จากการโจรกรรมมาแล้ว มาติดแผ่นป้ายทะเบียน ป้ายวงกลม พร้อมเอกสารที่ถูกต้องของรถยนต์คันอื่นนำแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอผ่านพรมแดน
  3. นำรถยนต์ที่ได้จากการโจรกรรมมาแล้ว มาจัดทำเอกสารปลอมขึ้น เพื่อนำแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอผ่านพรมแดน
  4. จัดซื้อแผ่นป้ายทะเบียนและเอกสารการจดทะเบียน

2. การข้ามที่แพขนานยนต์
  1. บ้านเหมืองแดง ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย
  2. บ้านปางห้า ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย
  3. ด่านศุลกากร อำเภอเชียงของ
  4. วิธีการและรายละเอียดการข้าม เหมือนกับข้อ 1.1 และ 1.2 แต่การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ค่อนข้างหละหลวม
  5. รถยนต์ที่บริเวณ อำเภอท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า แล้วนำมาติดกับรถยนต์คันที่ได้จากการโจรกรรมที่ฝั่งประเทศไทย แล้วขับผ่านด่านไปยังประเทศพม่า
3. การข้ามด้วยวิธีอื่น
  1. ขับข้ามบริเวณช่องทางแคบ ๆ น้ำไม่ลึกมาก
  2. ใช้เรือหางยาว 2 ลำ โดยใช้ไม่กระดานวางพาดแล้วนำรถยนต์ขึ้นไปจอดไว้ ซึ่งเป็นวิธีที่มีการกระทำมาช้านานแล้ว

:: จุดลักลอบขนย้ายรถข้ามแดน ::

จุดที่คนร้ายนำรถยนต์ – รถจักรยานยนต์ ออกไปต่างประเทศ ทางด้านทิศเหนือ

1. ด้านจังหวัดเชียงราย
  • บ้านเวียงแก้ว (ท่าเรือบั๊ก) อ.เชียงของ
  • ท่าเรือด่านศุลกากร
  • ท่าวัดหาดไคร้
  • บ้านท่าขี้เหล็ก อ.แม่สาย ข้ามสะพานไปพม่า
2. ด้านจังหวัดตาก
  • บ้านว้าเหร่ อ.พบพระ
  • บ้านหมื่นลือไชย อ.พบพระ
  • อ.แม่สอด
  • อ.แม่ละมาด
  • อ.ท่าสองยาง
3. ด้านจังหวัดอุตรดิษถ์
  • บ้านน้ำปาด ต.ห้วยไคร้ อ.บ้านโคก ข้ามลำธารเล็ก ๆ ไปลาว

จุดที่คนร้ายนำรถยนต์ – รถจักรยานยนต์ ออกไปต่างประเทศ ทางด้านทิศตะวันตก

1. ด้านจังหวัดกาญจนบุรี
  • เหมืองบีล็อก อ.ทองผาภูมิ
  • บ้านเจดีย์สามองค์ อ.สังขบุรี

จุดที่คนร้ายนำรถยนต์ – รถจักรยานยนต์ ออกไปต่างประเทศ ทางด้านทิศตะวันออก

1. ด้านจังหวัดตราด
  • บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ไปทางเรือขึ้นเกากง
  • บ้านไม้รูด อ.คลองใหญ่
  • บ้านแหลมค้อ อ.เมือง
  • บ้านหนองบอน อ.บ่อไร่
  • บ้านช่องนนทรี, บ้านท่งยาง, บ้านตากแวง อ.บ่อไร่
  • บ้านด่านชุมพล, บ้านแหลมค้อ อ.เขาสมิง
2. ด้านจังหวัดจันทบุรี
  • บ้านบึงขนัง ต.บ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน
  • บ้านหนองกก ต.โป่งน้ำร้อน อ.โป่งน้ำร้อน
  • บ้านส้ม อ.โป่งน้ำร้อน
3. ด้านจังหวัดปราจีนบุรี
  • บ้านหนองแอก กิ่ง อ.เขาตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา
  • บ้านเขาดิน ต.คลองหาด อ.คลองน้ำใส
  • บ้านทัพพริก ต.คลองหาด อ.คลองน้ำใส
  • บ้านคลองน้ำใส อ.คลองน้ำใส
  • บ้านโนนสาวเอ้ อ.คลองน้ำใส
  • ตลาดโรงเกลือ ต.คลองลึก อ.อรัญประเทศ
  • บ้านโคกสะแบง ต.คลองลึก อ.อรัญประเทศ
  • บ้านป่าไร่ อ.อรัญประเทศ
  • บ้านอ่างศิลา อ.ตาพระยา
  • บ้านโนนหมากมุ่น อ.ตาพระยา
  • บ้านโคกสูง อ.ตาพระยา
  • บ้านหนองเสม็ด อ.ตาพระยา
  • บ้านทัพเซียม อ.ตาพระยา
  • บ้านนางงาม อ.ตาพระยา
  • บ้านเฝ้าไร่ อ.ตาพระยา
  • บ้านเขาพนมฉัตร อ.ตาพระยา
  • บ้านท้ายตลาด อ.ตาพระยา

จุดที่คนร้ายนำรถยนต์ – รถจักรยานยนต์ ออกไปต่างประเทศ ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ

1. ด้านจังหวัดบุรีรัมย์
  • อ.ละหานทราย
  • อ.บ้านกรวด
2. จังหวัดอุบลราชธานี
  • ช่องเม็ก อ.บุณฑริก
  • ด่านพิบูลมังสาหาร
3. ด้านจังหวัดสุรินทร์
  • ช่องจอม บ้านแมงมุด อ.กาบเชิง
  • ช่องชะงำ
4. ด้านจังหวัดมุกดาหาร
  • อ.ว่านใหญ่ โดยการข้ามแพสู่ประเทศลาว
  • บ้านบางทรายใหญ่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง
  • บ้านนาโพธิ์ อ.เมือง
  • บ้านหนองแอก อ.ทรายใหญ่ อ.เมือง
  • บ้านนาศรีนวล อ.เมือง
  • บ้านพันลูกกา กิ่ง อ.ว่านใหญ่
  • บ้านท่าเสด็จ
  • แก่งกระเบา สภ.หว่านใหญ่
  • ป่าข้าม สภ.หว่านใหญ่
  • บ้านสองดอน
5. ด้านจังหวัดนครพนม
  • บ้านเมืองเก่า ต.ท่าค้อ อ.เมือง
  • บ้านท่าค้อทุ่ง ต.ท่าค้อ อ.เมือง
  • อ.ธาตุพนม ที่บ้านทรายมูล บ้านคำผิวแฟว ต.น้ำก่ำ
  • อ.ท่าอุเทน
  • ช่องบ้านคับพวง ต.น้ำค่ำ อ.ธาตุพนม จว.นครพนม
  • บ้านทรายมูล
6. ด้านจังหวัดหนองคาย
  • อ.ศรีเชียงใหม่
  • อ.ท่าบ่อ
  • อ.โพนพิสัย
  • อ.บึงกาฬ
7. ด้านจังหวัดเลย
  • บ้านมะม่วงเจ็ดต้น, บ้านร่มเกล้า อ.บ้านโคก ข้ามลำธารเล็ก ๆ
  • บ้านนากระเซ็ง ต.อาฮี อ.ท่าลี่
  • บ้านหนองผือ ต.หนองผืด อ.ท่าลี่
  • อ.นาแห้ว ข้ามลำธาร
  • อ.เชียงคาน
  • อ.ปากชม
สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณข้อมูลดีดี จาก ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ด้วยครับ และทีโอดีต้องขอฝากระบบติดตามจับขโมยผ่านดาวเทียม TOD GPS TRACKING เพื่อดูแลรถของท่านให้ปลอดภัย หายห่วง เพราะมันจะค่อยโทรเตือนท่านทันทีถ้ามีการบุกรุกรถของเราครับ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.tod.co.th/gps_tracking_antitheft ครับ